รูปแบบการขนส่งก่อนจะมีพวกรถ 6 ล้อรับจ้าง

รูปแบบการขนส่งที่โบราณที่สุดก่อนที่จะเริ่มมีพวกรถรับจ้าง รถ 6 ล้อรับจ้าง หรือประเภทอื่น ๆ นั้นเริ่มจากการใช้ขา ต่อมาก็เริ่มฝึกฝนสัตว์เพื่อใช้โดยสารหรือบรรทุกสิ่งของ สัตว์ที่เป็นพาหนะสำคัญได้แก่ ม้า อูฐ เกวียน ต่อมาจึงเริ่มพัฒนารถม้าขึ้น ซึ่งนอกจากใช้ในการทำศึก เคลื่อนย้ายกำลังทหารแล้ว ก็เป็นไปเพื่อระบบการส่งข่าวสารระยะไกล เป้าหมายในช่วงแรกเกิดขึ้นเพื่อทางการทหารและค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้า ต่อมาการขนส่งก็ยิ่งกระจายขยายตัวมากขึ้นเมื่ออาณาจักรโรมันเริ่มสร้างถนนเชื่อมระหว่างกรุงโรมกับเมืองต่างๆในตั้งแต่ 300 ปี ก่อนคริสตกาล แล้วเมื่อราชวงศ์ฮั่นในสมัยพระเจ้าฮั่นอู่ตี้เริ่มบุกเบิกเส้นทางสายไหม การคมนาคมระหว่างโลกสองฝั่งก็เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ

ม้ายังเป็นพาหนะสำคัญมานานอีกเกือบ 2500 ปี ในที่สุด ก็เกิดการปฏิวัติรูปแบบครั้งใหญ่ เมื่อโทมัส นิวโคเมน นักประดิษฐ์ชาวอังกฤษได้ปรับปรุงเครื่องจักรไอน้ำโดยใช้ลูกสูบได้สำเร็จ จากนั้น เจมส์ วัตต์ ก็ได้นำมาใช้ ในอุตสาหกรรมทอผ้าและติดตั้งหัวรถจักรและเรือกลไฟ ก่อนจะมาถึง จอร์จ สตีเฟนสัน ได้ปรับปรุงและสร้างหัวรถจักรใน ค.ศ.1814 แล้วจึงมีพัฒนาการต่อมา เมื่อโทมัส คุก นำรายการนำเที่ยวทางรถไฟขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศอังกฤษ ใน ค.ศ.1841 รถไฟจึงเริ่มเป็นพาหนะสำคัญที่สุดของโลกตะวันตกมานับแต่นั้น จนกระทั่ง รูดอล์ฟ ดีเซล ได้ประดิษฐ์เครื่องยนต์ดีเซล แล้วนำมาใช้ในการขับเคลื่อนขบวนรถไฟได้สำเร็จใน ค.ศ.1892

ยุโรปและอเมริกาเริ่มสร้างทางรถไฟเชื่อมระหว่างกันในศตวรรษที่ 18 ทำให้การติดต่อสื่อสารได้ขยายตัวออกไป รวมถึงพัฒนาการด้านเทคโนโลยีต่างๆด้วย รถไฟข้ามทวีปก็เริ่มเกิดขึ้น ไปถึงเอเชีย ออสเตรเลีย และ แอฟริกา กระทั่งหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 รถไฟฟ้าเริ่มเข้ามาแทนที่รถไฟพลังงานน้ำมัน ทำให้วิ่งได้เร็วกว่าเดิมมาก นำไปสู่การเปิดรถไฟฟ้าความเร็วสูงขบวนแรกของโลกในค.ศ.1964 ชินกันเซน ได้เปิดใช้งานเป็นครั้งแรก จากโตเกียวและโอซาก้า พัฒนาการของรถไฟก็ยังคงมีเรื่อยมาถึงปัจจุบัน

ส่วนรถ 6 ล้อรับจ้างก็มีบทบาทมากขึ้นเพื่อให้การขนย้ายได้อย่างสะดวก ส่วนการเดินทางโดยรถยนต์ คาร์ล เบนซ์ และ กอตต์เลียบ เดมเลอร์ ได้สร้างรถยนต์โดยใช้พลังงานน้ำมันเป็นแรงขับเคลื่อนเป็นผลสำเร็จ ใน ค.ศ.1885 ถือว่าเป็นรถยนต์คันแรกของโลก แล้วอุตสาหกรรมยานยนต์ก็รุ่งเรืองขึ้นมาได้โดยผงานของ เฮนรี ฟอร์ด ที่มุ่งผลิตรถยนต์เพื่อการค้า แล้วจึงแพร่หลายต่อมา เมื่อหลายประเทศหันมาผลิตรถยนต์นั่งของตนเอง แล้วยังโดนประยุกต์ใช้ในการทหารด้วยลากรถ ซึ่งไม่ต้องใช้ความรู้ความชำนาญอะไร ทั้งภาษาไทยก็ไม่จำเป็น ถูกสอนพอให้รู้จักถนนหนทางบ้างเท่านั้น แล้วก็รู้จักแต่ชื่อภาษาจีน ความยากลำบากจึงตกกับผู้โดยสารที่จะสื่อสารกับคนลาก ต้องเรียนรู้ภาษาจีนแต้จิ๋ว เพื่อบอกสถานที่และต่อรองราคากันได้

ใส่ความเห็น